วิธีทำลาซานญ่าผักโขมอบชีสริคอตต้า

ลาซานญ่าผักโขมอบชีสริคอตต้า พร้อมวิธีทำ รสชาติกลมกล่อม เข้ากันสุดๆ

ลาซานญ่าผักโขมอบชีสริคอตต้า พร้อมวิธีทำ รสชาติกลมกล่อม เข้ากันสุดๆ

ทานชีสยังไงให้ไม่อ้วน
ทานชีสยังไงให้ไม่อ้วน

เชื่อไหมว่าถ้ากินในปริมาณที่พอเหมาะ ชีสช่วยให้ผอมด้วยนะ

1. เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ชีสก็คือเวย์โปรตีนดีๆ นี่เอง สามารถช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเคซีนในร่างกาย แถมยังเหมาะสำหรับการกินก่อนนอนด้วย เพราะกรดอะมิโนที่อยู่ในชีสจะถูกดูดซึมเข้าไปเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ในระหว่างที่ร่างกายของเรากำลังนอนหลับพักผ่อน

2. ดีต่อกระดูก
ชีสมีธาตุแคลเซียมอย่างเหลือเฟือที่จะช่วยเสริมสร้างกระดูก เชดด้าชีสเพียง 100 กรัมก็มีปริมาณแคลเซียมถึง 710 มิลลิกรัม ในขณะที่นมสด 1 แก้ว (244 กรัม) มีแคลเซียมเพียง 305 มิลลิกรัมเท่านั้น นอกจากนี้ชีสยังอุดมไปด้วยโปรตีนและวิตามินดี ที่ส่งผลดีต่อมวลกระดูก ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี

3. ป้องกันฟันผุ
เชื้อแบคทีเรียบางชนิดอย่างโพรไบโอติกที่อยู่ในชีสช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดฟันผุได้ ที่ฟินแลนด์มีการทดลองกับอาสาสมัคร 74 คน ในช่วงอายุ 18-35 ปี พบว่าเมื่อรับประทานชีสปริมาณ 75 กรัมต่อวัน ปริมาณเชื้อแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของฟันผุ และยีสต์ที่เป็นสาเหตุของปัญหาช่องปากลดลงอย่างมาก จนทำให้ความเสี่ยงปัญหาสุขภาพช่องปากลดลง การเคี้ยวชีสก้อนเล็กๆ ยังถือเป็นการเคลือบฟัน เพื่อป้องกันฟันผุและเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟันไปในตัว

4. ควบคุมน้ำหนักและลดความอ้วน
แทบจะเรียกว่าปฏิวัติความเชื่อกันเลยทีเดียว! ซึ่งก็เป็นเพราะชีสอุดมด้วยโปรตีนและแคลเซียมที่ช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่การจะเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้นั้นจะต้องอาศัยการเบิร์นพลังงานออกจากร่างกาย ดังนั้นในระหว่างวันคนที่ออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกินชีสประจำในตอนเช้า แม้จะนั่งอยู่เฉยๆ ก็จะสามารถเบิร์นพลังงานส่วนเกินออกจากร่างกายได้มากกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายและกินชีส อีกทั้งไขมันในชีสยังทำให้อยู่ท้องนานขึ้น และไม่รู้สึกหิวบ่อย

5. ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน
ชีสมีกรดไขมันทรานส์ปลามิโทเลอิก (Trans-palmitoleic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้ในผลิตภัณฑ์นม โดยกรดไขมันชนิดนี้สามารถลดความเสี่ยงโรคเบาหวานได้กว่า 60% ชีสยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล ระดับอินซูลิน ลดความเสี่ยงการอักเสบต่างๆ และเพิ่มความไวต่ออินซูลินได้

6. ลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงหัวใจ
กรดไขมันบิวไทเรตในชีสมีบทบาทในการยับยั้งการสะสมไขมัน จึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-Cholesterol) ได้ และถ้าจะให้ดีกับสุขภาพหัวใจมากขึ้น แนะนำให้รับประทานบลูชีสกับไวน์แดง เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์จากชีสแล้ว ก็จะได้ประโยชน์จากสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจไปด้วยเลย

7. ดีต่อระบบย่อยอาหารและการไหลเวียนเลือด
ระบบการย่อยของเราต้องการแบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในช่องท้อง ซึ่งชีสมีคุณสมบัติเป็นมิตรกับแบคทีเรียเหล่านี้ เนื่องจากชีสอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิด จึงช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตแบคทีเรียที่ดีกับระบบย่อยอาหารได้มากขึ้น เมื่อระบบย่อยอาหารไร้ปัญหา ระบบเผาผลาญก็จะทำงานดี การไหลเวียนเลือดก็คล่องตัวตามไปด้วย

8. ปลุกพลังงานในร่างกาย
ไขมันอิ่มตัวที่มีอยู่ในชีสได้รับการยืนยันจาก Harvard School of Public Health ว่ามีส่วนช่วยปลุกความตื่นตัวและให้พลังงานกับร่างกายได้เป็นอย่างดี

วิธีทำลาซานญ่าผักโขมอบชีสริคอตต้า
วิธีทำลาซานญ่าผักโขมอบชีสริคอตต้า

 

ส่วนผสม ลาซานญ่าผักโขมอบชีสริคอตต้า (สำหรับ 4 ที่) แบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนผสมที่ 1 ลาซานญ่า

• น้ำมันมะกอก (สำหรับผัดผักโขม) 2 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียม (สับละเอียด) 1 กลีบใหญ่
• หอมใหญ่ (ซอยละเอียด) 2 หัว
• เกลือ
• พริกไทย
• ใบไทม์สับละเอียด พอประมาณ (ไทม์เป็นเครื่องเทศของครัวฝรั่ง)
• เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มความหอมอบอวล ชวนหม่ำ)
• ผักโขมสด 500 กรัม (ล้างสะอาดซับน้ำให้แห้งเพราะเราไม่ต้องการน้ำแฉะ ๆ ลงไปในตัวลาซานญ่า)
• ริคอตต้าชีส 250 กรัม
• พาร์มีซานชีส ตามชอบ
• มอสซาเรลล่าชีส ตามชอบ
• แผ่นพาสต้าลาซานญ่าอบแข็ง

ส่วนผสมที่ 2 ซอสครีมเบชาเมล (Bechamel Sauce)

• เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ
• แป้งอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ
• นมสด 6 เดซิลิตร
• เกลือ
• พริกไทย
• เมล็ดจันทน์เทศ ขูดละเอียด
• พาร์มีซานชีส หรือ Le Gruyère ประมาณ 70 กรัม ปริมาณมากน้อยตามชอบ

วิธีทำลาซานญ่าผักโขมอบชีสริคอตต้า

1. ตั้งกระทะให้ร้อน เทน้ำมันมะกอกลงไป ตามด้วยกระเทียม ผัดพอส่งกลิ่นหอม ใส่หอมใหญ่ เกลือ พริกไทย ใบไทม์ และเนยสด ผัดจนกว่าหอมใหญ่จะเปลี่ยนเป็นสีใส จากนั้นใส่ผักโขมลงไป ชิมรสตามชอบ
2. ทำซอสครีมเบชาเมล (Bechamel Sauce) โดยตั้งไฟให้ร้อนปานกลางใส่เนยลงไป เติมแป้ง ใช้ตะกร้อคนจนแป้งสุก ค่อย ๆ เติมนมลงไปจนหมด คนให้เข้ากัน เติมเมล็ดจันทน์เทศขูดฝอยลงไปเล็กน้อย เพื่อให้มีกลิ่นหอม เติมเกลือลงไปเล็กน้อยพร้อมกับพริกไทย คนจนซอสข้นคล้าย ๆ ดับเบิลครีม เติมชีสลงไป คนจนทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้
3. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส (ใช้เวลา 30-45 นาที) โดยแบ่งเวลาอบเป็น 2 ส่วน โดยช่วง 15 นาทีหลัง อบแบบไม่มีฟอยล์ เพื่อจะทำให้หน้าของลาซานญ่าน่ากิน เริ่มผสมทุกอย่างลงฟอร์มกัน
4. ใช้เนยสดทาฟอร์มให้ทั่ว ตามด้วยซอสครีม วางแผ่นลาซานญ่าลงไปในฟอร์ม ตามด้วยผักโขมที่เตรียมไว้ โรยมอสซาเรลล่าชีส ริคอตต้าชีส และพาร์มีซานชีส ราดซอสครีมลงไป ปิดด้วยแผ่นพาสต้าลาซานญ่า หักให้แผ่นแตก ๆ ตอนเสิร์ฟจะได้ตัดง่าย ๆ
5. ทำชั้นต่อ ๆ ไปเหมือนเดิม ชั้นสุดท้ายวางแผ่นพาสต้าลงไป ราดซอสครีมให้ทั่ว ตามด้วยมอสซาเรลล่าชีส และพาร์มีซานชีส ปิดฟอยล์ไว้
6. 15 นาทีสุดท้ายเอาแผ่นฟอยล์ออกเพื่อให้หน้าลาซานญ่าสวย ยกออกจากเตา พักไว้ประมาณ 5-7 นาที เพื่อให้ลาซานญ่าเซตตัว ง่ายต่อการตัดเสิร์ฟ

::ufabet::

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น